ยาปฏิชีวนะ และโรคที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

ยาปฏิชีวนะ เป็นยาที่ควรควบคุมการใช้อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นยาที่ต้องใช้อย่างถูกวิธีอย่างเคร่งครัด และต้องใช้ให้ถูกกับโรค จำไว้ว่ายาปฏิชีวนะใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่สามารถรักษาหรือไม่ออกฤทธิ์ในโรคติดเชื้อไวรัส เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน ในการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การดื้อยา จากการที่ครั้งก่อนป่วยใช้ยาได้สักพักรู้สึกดีขึ้น คิดว่าหายแล้วไม่ทานต่อตามที่แพทย์จ่ายยามาให้ เชื้อแบคทีเรียก็ยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายจนพัฒนาใหม่ได้ และหากป่วยด้วยเชื้อเดิมอีก คราวนี้อาจจะรักษาไม่หาย เพราะเชื้อพัฒนาสู้กับยาได้ ทำให้ต้องเปลี่ยนยาตัวใหม่ไปเรื่อยๆ

3 โรครักษาได้ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
ไม่ใช่ว่าอาการป่วยทุกอย่างบนโรคใบนี้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะอาการบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

1. โรคหวัด ไอ เจ็บคอ

2. โรคท้องร่วง ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ

3. บาดแผลทั่วไป
อาการเหล่านี้ สามารถหายเองได้ตามอาการที่ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 3-4 วัน แต่หากพบว่า 1 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด ไม่ควรซื้อยาตามร้านขายยามากินเอง

ข้อควรระวังในการกินยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะบางชนิดต้องกินให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าจะรู้สึกว่าอาการหายดีแล้ว เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียให้หมดไม่ให้หลงเหลืออยู่ในร่างกาย จนพัมนาสายพันธุ์ของเชื้อได้ แต่หากโรค หรืออาการที่เป็นอยู่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไม่ควรกินยาปฏิชีวนะ เพราะว่ายาปฏิชีวนะไม่ออกฤทธิ์ต่อเชื้อไวรัส หรือหากกินไปแล้ว ก็ควรหยุดยาทันที หากไม่แน่ใจว่าโรค หรืออาการที่เป็นอยู่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดก่อนกินยา