ฝุ่นละอองและควันก็ทำให้เราเสี่ยงเป็นโรคปอดได้

ด้วยบ้านเรานั้นเป็นเมืองที่มีแต่ฝุ่นละอองนั้นมากมายแต่ว่าการที่เรานั้นจะสูดอากาศที่ดีนั้นก็ทำไก้ยากเพราะว่าการที่เรานั้นสูดอากาศในเมืองกรุงนั้นก็มีแต่ฝุ่น  ละออง  ควันแบบนี้เป็นต้นจึงทำให้เรานั้นมลภาวะที่ทำให้ปอดของเรานั้นเป็นพิษที่รับสิ่งเหล่านี้ไปไม่ใช่แค่เรื่องของฝุ่นเพียงเท่านั้นการที่เรานั้นใส่หน้ากากเพื่อที่ป้องกันดูแลร่างกายไม่ให้เรานั้นรับฝุ่นละอองมากแค่ไหน 

บางครั้งการที่เรานั้นได้ฝุ่นที่เล็กเข้าไปนั้นก็เข้าไปสะสมในปอดของเรานั้นได้เหมือนกันก็ส่งผลให้เรานั้นเสี่ยงที่จะรับฝุ่นนั้นเข้าไปในปอด  และก็ทำให้เรานั้นเกิดอาการเป็นภูมิแพ้  และอาจจะทำให้เรานั้นเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดนั้นได้อีกด้วย แต่ว่าไม่ใช่ฝุ่นเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้เรานั้นเป็นมะเร็งปอดนะ 

  คนที่ไม่สูบบุหรี่แต่ว่าเรานั้นควันจากคนที่สูบ

เป็นอะไรที่เสี่ยงอย่างมากเพราะว่าการที่เรานั้นไม่ได้สูบบุหรี่แต่ว่าเรานั้นต้องรับควันจากคนที่สูบนั้นก็สามารถที่จะทำให้เรานั้นเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดนั้นก็ได้อย่างดี   สามารถที่จะเป็นมะเร็งปอดนั้นมากกว่าคนที่สูบนั้นอีก เรานั้นเคยไปอ่านผลวิจัยนั้นได้บอกว่าการที่เรานั้นไปอยู่ไกล้ๆคนที่สูบนั้นทำให้เรานั้นเป็นมะเร็งและเสี่ยงไวต่อคนที่ที่สูบมากกว่า เพราะว่าการที่เรานั้นจะอยู่ใกล้นั้นได้สะสมนั้นก็ทำให้ปอดนั้นทำงานหนัก

ดังนั้นเราควรที่จะอยู่ห่างจากคนที่สูบหรือว่าเรานั้นเดินหนีออกไปให้ไกล    ดังนั้นการที่เรานั้นไม่สูบบุหรี่นั้นก็สามารถที่จะทำให้เรานั้นเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งถุงลมนั้นโปร่งพอง  และรวมไปถึงการที่เรานั้นทำให้ร่างกายของเรานั้นเกิดอาการที่เหนื่อยได้ง่าย เพราะว่าร่างกายของเรานั้นไม่สามารถที่จะซ่อมแซมปอดนั้นได้ เมื่อเรานั้นถูกทำลายจากการที่เรานั้นสูบบุหรี่หรือว่าเรานั้นสูดดมควันบุหรี่นั้นเข้าไป

อาการนั้นไม่ได้แสดงแบบว่าเฉียบพลัน  แต่ว่าทำให้ส่งผลที่ร้ายแรง

สำหรับคนที่ที่เป็นโรคที่ภูมิแพ้นั้น  หรือว่าเป็นโรคที่หอบหืดนั้นหรือว่าโรคทางเดินหายใจและเรานั้นได้รับสูดดมฝุ่นหรือว่าละอองที่เป็นพิษนั้นก็จะที่ให้เรานั้นเกิดผลข้างเคียงแบบว่าทันทีและก็จะไปสะสมในร่างกายของเรานั้นก็จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ  โรคมะเร็งในระยะยาว  หรือว่าจะเป็นโรคทางสมอง

เพียงแค่ฝุ่นเล็กนั้นเข้าไปในร่างกายก็ทำให้เรานั้นเกิดอาการที่เรานั้นเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอด 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

สัญญาณความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บในสมัยนี้ สามารถพบได้บ่อยกับผู้สูงอายุ เพราะเนื่องจากอายุเยอะ ร่างกาย หรืออวัยวะต่าง ๆ ก็อาจมีการเสื่อมสภาพลงได้ หรืออาจมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง จึงส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วย และเกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย

โดยเฉพาะโรคหัวใจ ซึ่งโรคนี้จะไม่สามารถสังเกตอาการจากภายนอกได้ หรือเรียกได้ว่าไม่สามารถทำการคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือเกิดขึ้นได้บ่อยแค่ไหน โดยโรคหัวใจนั้นเป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการจุกแน่นตรงระหว่างหน้าอก หายใจไม่ออก หรือในบางครั้งอาจรู้สึกใจสั่นได้ แต่การที่เราจะเป็นโรคหัวใจได้นั้น ไม่ใช่ว่าใครก็จะเป็นได้

เพราะโรคนี้อาจเกิดขึ้นได้จากกรรมพันธุ์ หรือภาวะร่างกายที่อาจส่งผลทำให้เกิดโรคขึ้นได้ง่าย อย่างไรก็ตาม เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรานั้นเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ วันนี้เราได้รวบรวมความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและสัญญาณเตือนมาฝากกัน เพื่อสังเกตอาการตนเองจากภัยเงียบที่มักอันตายต่อชีวิตของเราได้ 

  • รู้สึกเหนื่อยง่าย หากคุณรู้สึกมีอาการเหนื่อยง่าย หรือไม่ว่าจะทำอะไรก็รู้สึกเหนื่อยไปหมด นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนได้ว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เพราะการที่เราสึกเหนื่อยมาก ๆ หัวใจของเราจะมีจังหวะในการเต้นที่เร็วกว่าปกติอยู่แล้ว จึงอาจส่งผลให้ใครหลาย ๆ คนเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวได้
  • เจ็บ หรือ ปวด บริเวณกลางหน้าอก อาการนี้อาจจะแสดงให้เห็นได้ชัดว่าคุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเป็นอย่างมาก เพราะการเจ็บบริเวณกลางหน้าอกนั้น อาจแสดงได้ว่าหัวใจของเรานั้นกำลังบีบตัวอย่างรุนแรง จึงทำให้คุณรู้สึกเจ็บ หรือปวดนั่นเอง
  • ไม่สามารถนอนราบได้ ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เลยคือ จะรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก เมื่อต้องนอนท่าราบไปกับพื้น เพราะจะรู้สึกหายใจไม่ออก หรือในบางครั้งอาจรู้สึกเหนื่อย และบางคนอาจมีอาการหนักถึงขั้นตื่นมากลางดึก เพื่อมานั่งให้ตนเองรู้สึกผ่อนคลาย
  • บริเวณปลายมือ ปลายเท้า หรือริมฝีปากมีลักษณะคล้ำ หากอวัยวะต่าง ๆ ของคุณมีลักษณะเขียว หรือคล้ำ ซึ่งอาจบ่งบอกได้ว่าคุณอาจเป็นโรคหัวใจขึ้นได้ 

นอกจากนี้แล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า โรคหัวใจนั้นสามารถป้องกัน และลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ เพราะหลายคนอาจคิดว่าการเป็นโรคหัวใจนั้นจะต้องเสียชีวิตลงอย่างเดียว ไม่มีวิธีที่จะสามารถรักษาได้ ซึ่งปัจจุบันการป้องกันการเป็นโรคหัวใจที่ดีที่นั้นคือ การเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ และอาจจะพยายามรักษาโรคความดันโลหิต หรือโรคอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยในการส่งผลให้เกิดโรคหัวใจขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ควรรักษาสุขภาพตนเอง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพียงแค่นี้ก็ปลอดภัยห่างไกลจากโรคร้ายได้แล้ว

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

ทำไมกาแฟ ถึงทำให้เราใจสั่น

สมัยนี้ กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ใครหลาย ๆ คนนั้นขนาดไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันที่แตกต่างกัน บางคนทำงานจนดึก และร่างกายพักผ่อนน้อยจึงทำให้วันเช้าวันใหม่ไม่สดใส จึงต้องใช้กาแฟเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นร่างกายให้ตื่นอยู่ตลอดเวลา

แน่นอนว่า กาแฟนั้นอาจเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณ เพราะส่วนผสมหลักของกาแฟ คือคาเฟอีน ซึ่งตัวนี้จะเป็นตัวที่ช่วยในการกระตุ้นให้ระบบประสาท หรือสมองของเรานั้นเกิดการตื่นตัว ลดการเหนื่อยล้า และสามารถเพิ่มสมาธิให้กับเราได้ นอกจากนี้ การที่เราดื่มกาแฟเป็นประจำก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป ซึ่งก็อาจจะมีผลข้างเคียง หรือผลกระทบขึ้นกับหลาย ๆ คนได้

เพราะเนื่องจากการที่ร่างกายของเราแต่ละคนนั้นก็แต่ต่างกันออกไป บางคนอาจจะไวต่อสารคาเฟอีนก็ได้ และเมื่อร่างกายได้รับสารเข้าไปแล้ว อาจส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น อ่อนเพลีย กระวนกระวาย หงุดหงิดง่าย หรือบางคนอาจส่งผลไปถึงอัตราการเต้นของหัวใจก็ได้  อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกายบ้าง

ซึ่งวันนี้เราจะมายกตัวอย่างเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจได้รับจากการดื่มกาแฟเป็นประจำ นอกจากจะทำให้ใจสั่นแล้วกาแฟส่งผลเสียต่อร่างกายเราอย่างไรได้บ้าง ไปดูกันค่ะ

  • มีผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุ รู้หรือไม่ว่าคาเฟอีนที่เป็นส่วนผสมหลักของกาแฟนั้น จะเป็นตัวที่เข้าไปขวางการดูดซึมของแร่ธาตุบางชนิด หากเราดื่มกาแฟไปในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะเนื่องจากร่างกายขาดการดูดซึมสารอาหาร
  • น้ำหนักขึ้น แน่นอนว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะนอกจากคาเฟอีนแล้วในกาแฟยังมีส่วนผสมของน้ำตาลอีกด้วย เพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับกาแฟ  ดังนั้น การดื่มกาแฟก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้น้ำหนักเราเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวก็ได้ 
  • หัวใจเสื่อมเร็ว ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ แนะนำว่า หากงดการดื่มกาแฟได้ก็ควรที่จะลด เพราะยิ่งเราฝืนอาจจะส่งผลทำให้โรคหัวใจของเรากำเริบ หรือทำให้หัวใจเสื่อมเร็วก็ได้ เพราะคาเฟอีนจะเข้าไปทำการกระตุ้นระบบการทำงานของหัวใจให้มีปริมาณเลือดเพิ่มสูงมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีเสมอไป หากเราเราดื่มในปริมาณที่เหมาะสมก็อาจมีประสิทธิภาพต่อร่างกายได้ แต่เมื่อไหร่ที่เราดื่มในปริมาณที่มากเกินกว่าวัน ก็อาจส่งผลเสียตามมาได้

 

สนับสนุนโดย.        หวยออนไลน์ ruay

อาหารที่สามารถเติมพลังงานในการออกกำลังกายของเราได้

การที่เราได้มีการออกกำลังกายอย่างยาวนานเราก็จะต้องมีการเติมพลังงานในระหว่างการการออกกำลังกายด้วย ซึ่งในการที่เราจะต้องมีการออกกำลังกายเราก็จะต้องมีการพก อาหารที่จะทำให้เรามีพลังงานเพิ่มมากขึ้นในระหว่างการที่เราได้มีการออกกำลังกายด้วย

เพื่อในเวลาที่แรงของเราหมดเราจะสามารถที่จะทำการเติมพลังงานของเราได้โดยทันที และอาหารที่เราควรที่จะทำการพกเมื่อเราไปออกกำลังกายจะมีอาหารที่เราควรที่จะพกไปด้วยดังนี้

  1. กล้วยหอม

การที่เราได้มีการกินกล้วยหอมนั้นจะเป็นส่วนที่ทำให้เราไม่เกิดตะคริวได้ง่าย และในการที่เราหิวกล้วยหอมก็จะทำให้เราสามารถที่จะอยู่ท้องได้ โดยที่เราไม่ต้องมีการกินอะไรเพิ่มในการออกกำลังกายอีกด้วย ซึ่งกล้วยหอมจะมีการให้พลังงานกับเรามีปริมาณ 89 Kcal

  1. ผลไม้ที่เป็นตระกูลเบอร์รี

เบอร์รีจะเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานกับเราเป็นอย่างดี และเรายังสามารถที่จะได้รับประโยชน์ในการกินมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน ไฟเบอร์สูง ทำให้เราอยู่ท้อง และทำให้เราได้รับความสดชื่นหลังจากการที่เราได้มีการออกกำลังกายอีกด้วย

  1. กรีกโยเกิร์ต

จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีการได้รับโปรตีน และแคลเซียมที่สูงมากๆ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะมีการฟื้นฟูพลังงานหลังจากที่เราได้มีการออกกำลังกายเสร็จแล้วได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถที่จะทำให้เรามีกระดูกที่แข็งแรงมากๆได้อีกด้วย

  1. สลัดอกไก่

ไฟเบอร์ที่เราจะได้รับจากผักจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีการกินที่อยู่ท้องได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรที่จะมีการกินหลังจากการที่เราได้มีการออกกำลังกายเสร็จ แต่เราก็ไม่ควรที่จะมีการกินที่เยอะจนเกินไป และนอกจากนี้เรายังจะได้รับโปรตีนที่ได้มีอยู่ในไก่ที่จะทำให้กล้ามเนื้อของเรามีความแข็งเพิ่มมากขึ้นได้เป็นอย่างดี

  1. กราโนลาบาร์ รสข้าวโอ๊ต

เป็นอาหารที่เราจะได้รับโปรตีน ไฟเบอร์ที่จะทำให้ร่างกายของเรามีการฟื้นฟูที่ได้มากๆ และจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีการอยู่ท้องในการอออกกำลังกายอย่างหนัก

  1. อโวคาโด

สารอาหารที่เราจะได้รับจากอาโวคาโดจะมีอยู่อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินต่างๆที่ช่วยในการสร้ามภูมิต้านทานให้กับร่างกายของเรา โพแทสเซียม แมกเซียมที่จะทำให้กล้ามเนื้อของเรามีการทำงานได้เป็นอย่างดี

 

สนับสนุนโดย.      แทงหวย

สิ่งที่ห้ามใช้ร่วมกันคนในครอบครัวเมื่อต้องมีการกักตัว

         เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักวิธีการกักตัวเองมาบ้างแล้ว  เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีคนฮิตกักตัวอยู่ที่บ้านกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  เนื่องจากหลายคนนั้นเดินทางไปยังจุดเสี่ยงที่มีการระบาดของไวรัสโควิดมาและเมื่อตรวจสอบหาเชื้อไวรัสเบื้องต้นไม่พบการติดเชื้อก็จำเป็นต้องกับตนเองเพื่อรอดูสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อและหากมีการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งไม่พบการติดเชื้อก็จะทำให้เรานั้นปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโควิตนั่นเอง

        ซึ่งช่วงที่เรามีการปรับตัวนั้นจะมีการกำหนดระยะเวลาในการกักตัวเอาไว้ขั้นต่ำอยู่ที่ 14 วันหรือถ้าหากใครสามารถปรับตัวได้นานเกินกว่า 14 วันก็จะดีมากเพราะการกลับตัวนั้นจริงๆแล้วอาจจะต้องมีการกักตัวถึง 27 วันด้วยกัน เนื่องจากปัจจุบันนั้นเชื้อไวรัสนั้นมีระยะการฟักตัวยาวนานมากขึ้นนั่นเองอย่างไรก็ตามวันนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่ห้ามใช้ร่วมกันถ้าหากว่ามีคนในครอบครัวของคุณนั้นต้องกักตัวเองเป็นระยะเวลา 14 วันหรือ 27 วันนั้นเอง

        สิ่งที่คุณไม่สามารถใช้ร่วมกับคนกักตัวนั้นก็คือการรับประทานอาหารร่วมกันไม่ว่าจะเป็นจานข้าวหรือทำกับข้าวต่างๆแม้แต่แก้วน้ำหรือโต๊ะเก้าอี้ก็ไม่ควรใช้ร่วมกันกับคนที่กำลังกลับตัวอยู่เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้นั้นจะสามารถทำให้คนติดเชื้อไวรัส covid-19จากคนที่กักตัวเองได้

        เนื่องจากว่าเวลาที่คนมีเชื้อไวรัสโควิดไปจับสิ่งของต่างๆเชื้อโรคจะติดตามสิ่งของต่างๆเหล่านั้นได้และเชื้อโรคเหล่านี้มักจะอยู่ติดกับสิ่งของเหล่านั้นเป็นระยะเวลานานเกิน 1 ชั่วโมงหรือบางทีอาจจะอยู่นานถึง 8 ชั่วโมงเลยก็มีทำให้ถ้าเกิดเราเผลอไปกลับโดนเชื้อไวรัสโควิดแล้วล่ะก็จะทำให้คนติดเชื้อไวรัส covid-19  ได้นั่นเอง

          นอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำหรือแม้แต่ห้องนอนหรือการใช้สบู่อาบน้ำการใช้ผ้าเช็ดตัวหรือการใช้ชักโครกการจับลูกบิดประตูต่างๆก็ไม่ควรที่จะใช้งานร่วมกันควรแยกจากกันอย่างชัดเจนซึ่งคนที่ต้องมีการกักตัวนั้นควรจะแยกไปใช้ห้องน้ำส่วนตัวของตนเองเพียงคนเดียวและหลังจากที่พ้นจากการกักตัวและตรวจหาเชื้อเมื่อไม่ผลการตรวจเป็นบวกแล้วค่อยมีการทำความสะอาดด้วยการฆ่าเชื้ออีกครั้งหนึ่ง

           หลังจากนั้นถึงจะสามารถกลับมาใช้งานร่วมกันได้นอกจากนี้การใช้เครื่องซักผ้าหรือกะละมังซักผ้าร่วมกับคนที่กัดตัวนั้นก็ไม่ควรใช้ร่วมกันเช่นเดียวกันเพราะอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้อาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโควิตได้ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างควรมีการแยกออกจากกันทั้งหมดจนกว่าจะพ้นสถานะการปรับตัวถึงจะสามารถกลับมาใช้งานร่วมกันได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.        แทงหวย

แคลเซียมเอเนลทำจากข้าวโพดดียังไง

แคลเซียมมีหลายชนิดแต่ละชนิดจะแตกต่างกันตรงที่สารอื่นตรงที่มาเกาะกับแคลเซียมซึ่งเราจะสังเกตได้ง่ายๆจากชื่อที่ต่อท้ายเช่น แคลเซียม คาร์บอนเนต แคลเซียมกลูโคเนต แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต ความแตกต่างของแคลเซียมแต่ละชนิดนั้น

ในด้านประสิทธิภาพและการดูดซึมและวันนี้เราจะมาพูดถึง แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต กัน โดยแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต ถือเป็นแคลเซียมรุ่นใหม่เลยที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาแคลเซียมแบบเดิมปัจจุบันแพทย์ทางAnti-agingหรือเวชศาสตร์ชะลอวัย

ซึ่งได้แนะนำการทานแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต แทนเพราะว่ามีข้อดีก็คือ ข้อหนึ่งดูดซึมดีแล้วก็ไม่ตกค้างในร่างกาย ลองคิดดูว่าคนที่มีปัจจัยเสี่ยงขาดแคลเซียมอยู่แล้วคนที่กระดูกบางคนที่กระดูกพรุนจำเป็นต้นทานแคลเซียมทุกวันดังนั้นแล้วจึงจำเป็นต้องเลือกแคลเซียมที่ไม่ตกค้างในร่างกายใช่ไหม

ข้อดีข้อที่สอง ที่แคลเซียมชนิดอื่นไม่มี ก็คือ สามารถบรรเทาอาการข้อเสื่อมได้ไม่ว่าจะเป็นข้อเข่าหรือว่าข้อต่อต่างๆเพราะว่าเมื่อเราทานแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต เข้าไปจะแตกตัวได้ แคลเซียมแล้วก็ แอล-ทรีโอนิก

โดย แอล-ทรีโอนิก จะเป็นAcitve Metabolite ของวิตามินซี มีผลต่อการสังเคราะห์คอลลาเจนที่กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อที่สึกกร่อนไปจากอาการของข้อเข่าเสื่อมพอกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อได้รับการซ่อมแซมก็จะกลับมาทำหน้าที่ในการสร้างน้ำไขข้อออกมาหล่อลื่นข้อต่อก็จะลดอาการปวดได้

ข้อดีข้อที่สามก็คือ สกัดจากอาหารธรรมชาติ คือข้าวโพดนั่นเองจากเหตุผลที่เราได้กล่าวไปข้างต้นจึงทำให้เราเลือกที่จะใช้แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต จาก ข้าวโพดเป็นlngredient หลักของเอเนล แคลแม็ก โดยหนึ่งเม็ดของ เอเนล แคลแม็ก ทำจากข้าวโพดมากถึง63ฝัก้วยกัน

เมื่อเราได้ทำการศึกษางานวิจัยต่างๆหลายฉบับร่วมกันกับปรึกษาผู้รู้ด๊อกเตอร์แภสัชกรจึงทำให้เราทราบว่าระบบกระดูกกล้ามเนื้อข้อต่อเส้นเอ็นเป็นระบบเดียวกันทั้งหมดเช่นถ้ากล้ามเนื้ออ่อนแอข้อต่อก็จะไม่แข็งแรง

เพราะว่ากล้ามเนื้อทำหน้าที่ในการ พยุงข้อต่อเอาไว้ ดังนั้นจึงต้องเพิ่มสารอาหารอื่นๆที่จำเป็นต่อระบบนี้ไม่ว่าจะเป็น แมกนีเซียม โบรอน แมงกานีส กรดอะมิโน สารสกัดจากถั่วเหลือง สารสกัดจากงาดำรวมทั้งหมดทั้งสิ้น13ชนิดเพื่อทำให้สารอาหารต่างๆทำงานร่วมกันในกระบวกการสร้างมวลกระดูกกล้ามเนื้อข้อต่อได้ครบถ้วนจริงๆ

นอกจากนี้ในเอเนล แคลแม็ก หนึ่งกล่อง 30 เม็ด 890บาทรับประทานได้หนึ่งเดือนถือว่าเป็นราคาที่ถูกมากแล้วเมือ่เทียบกับชนิดของแคลเซียมแบบเดียวกันกับแบรนด์ดังๆ หรือ ว่าจากโรงพยาบาลชั้นนำราคากล่องเป็นพันเลย

 

สนับสนุนโดย.      แทงหวย

อาหารที่มีปริมาณฟอสฟอรัสหรือฟอสเฟตสูงๆมีอะไรบ้าง

ซึ่งในกลุ่มแรกอาหารที่มีส่วนประกอบของยีสต์ ผงฟู พวกนี้ก็จะมีปริมาณฟอสฟอรัสค่อยข้างสูงมากได้แก่ เค้ก ขนมปังเบเกอรี่ทุกชนิด พาย ซาลาเปา และก็พวกอาหารที่ทำมากจากพวกขมปังต่างๆคุกกี้หรืออะไรก็ตาม พวกนี้อยากจะให้ผู้ป่วยไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรัง

โดยเฉพาะ3-5ควรจะงดรับประทานโดยเด็ดขาดเลยเพราะว่าอาหารกลุ่มเหล่านี้จะมีผลต่อฟอสฟอรัสอยู่ในเลือดมากเลยจะทำให้ค่ามันเกินก็ต้องควบคุมหรืองดเว้นอาหารเหล่านี้และใครก็ตามที่อยากจะทาทนเค้กหรืออยากจะทานเบเกอรี่ก็อยากจะให้ทำเอง เช่น อาจจะทำเค้กเองจากไข่ขาวใช้ไข่ขาวทำเค้กแล้วก็ปริมาณการทานใน1ครั้ง1วันอาจจะทานได้ครั้งละ1ชิ้นคำเล็กๆก็พอนะ ถ้าเกิดท่านอยากทานจริงๆก็แนะนำให้ทำเอจากไข่ขาว

อาหารกลุ่มที่สองที่มีฟอสเฟตสูงได้แก่ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากถั่วและธัญพืชทุกชนิดหรือรวมถึงอาหารที่แปรรูปมาจากถั่วและธัญพืชต่างๆได้แก่ อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลูกเดือย ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ถั่วเขียว ถั่วแด งถั่วดำถั่วเหลือง ลูกซุป ขนมสาคู ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมเทียนไส้เค็ม เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง และนี่ก็คือกลุ่มอาหารที่ทำมาจากถั่ว ธัญพืชและอาหารแปรรูปจากถั่วและธัญพืชผู้ป่วยไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรังควรงดเว้นในการรับประทานเด็ดขาด

อาหารกลุ่มที่สามที่มีปริมาณฟอสเฟตสูงๆได้แก่ พวกไข่แดง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไข่แดง ได้แก่ ทองงหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา เส้นหบะหมี่เหลือง แผ่นเกี้ยว และ เส้นพาสต้า และ ในกลุ่มนี้ก็จะเป็นส่วนผสมของไข่แดงพวกนี้ก็จะมีปริมาณฟอสเฟตค่อนข้างสูงมากเลยควรจะงดเว้น

อาหารกลุ่มที่สี่ นม และ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม ได้แก่ นมสด นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ชีล ไอศกรีมทุกชนิด และนี่ก็คือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม จะมีปริมาณฟอสเฟตค่อนข้างสูงไม่เหมาะกับผู้ป่วยไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรังแต่ถ้าเกิดบางคนถามว่าแล้วยังนี้จะทานไอศกรีมอะไรได้บ้าง

ซึ่งเราก็จะแนะนำว่าให้ทำไอศกรีมทานเองก็คือ ใช้มะนาวแล้วกันเอามะนาวสดบีบใส่น้ำอุ่นแล้วอาจจะใส่น้ำผึ้งนิดนึงแล้วก็นำเอาไปแช่ช่องฟรีซไว้ก็เอามาตักกินเป็นไอศกรีมมะนาวได้ยังนี้ก็ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยไตก็สามารถทำไอศกรีมทานเอที่บ้านได้เหมือนกัน

อาหารกลุ่มที่ห้าเป็นอาหารที่ผ่านกรรมวิธีการแปรรูปมาแล้วก็จะมีปริมาณทั้งโซเดียมและฟอสเฟสสูงมากเลยได้แก่ ไส้กรอก แฮม เบคอน โบโลน่า อาหารที่แช่แข็งทุกชนิด อาหารกลุ่มเหล่านี้ต้องบอกก่อนว่าเป็นอาหารที่แปรรูปเขาจะใส่พวก โซเดียม ฟอสเฟต ไปในอาหารตอนระหว่างกระบวกการผลิตด้วยเพื่อให้อาหารอร่อยเนื้ออร่อยขึ้นนุ่นเนียนละเอียดมีรสชาติมากขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    แทงหวย

เด็กนักเรียนชั้น ป.5 ถูกคนร้ายอายุ 16 ปีลวงไปข่มขื่น ก่อนทุบหัวหวังให้ตาย 

          เมื่อวันที่ 9  เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2564  ได้มีอยู่การเด็กชายอายุเพียง 12 ปีนักเรียนชั้นป 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิจนได้รับบาดเจ็บสาหัส  โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 15:00 น ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน 

            สำหรับคนที่ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้มีชื่อว่าเด็กชายก้องภพ  และเหตุการณ์ที่เด็กชายก้องภพถูกทำร้ายร่างกายนั้นหลังจากที่เด็กชายรอดชีวิตจากการที่นี่ไปให้พลเมืองดีช่วยเหลือเขาก็กลับมาเล่าให้คนในครอบครัวและคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าหลังจากที่เขาเลิกเรียนกำลังจะเดินทางกลับบ้านนั้นอยู่ๆก็มีรถมอเตอร์ไซค์คันนึงมาจอดคนขับนั้นประมาณ 16 ปี

           ซึ่งคนขับรถมอเตอร์ไซค์ต้องการให้เด็กชายก้องภพพาไปร้านปะยางโดยบอกว่าจะให้เงินค่าพาไป 30 บาททำให้เด็กชายก้องภพนั้นซึ่งมอเตอร์ไซค์ซ้อนไปกับคนร้ายแต่เมื่อถึงร้านปะยางปรากฏว่าคนร้ายไม่ยอมเลี้ยวเข้าไปในร้านกับขับรถเลยไปทำให้เด็กชายเริ่มหวาดกลัวและพยายามที่จะโดดลงจากรถมอเตอร์ไซค์แต่ถูกคนร้ายข่มขู่ว่าจะฆ่าทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัว

       จึงได้นั่งรถต่อไป  และเมื่อขับรถไปถึงที่เปลี่ยวไม่มีบ้านคนก็ได้จอดรถมอเตอร์ไซค์และกระชากเด็กชายก้องภพเข้าไปในป่าหลังจากนั้นก็พยายามถอดเสื้อและจะทำการข่มขืนแต่เด็กชายก้องภพต่อสู้ทำให้คนร้ายไม่พอใจหันไปหาไม้และก้อนหินมาทุบตีเด็กชายก้องภพจนเลือดแตกที่ศีรษะและแขนหักเนื่องจากว่าใช้แขนปักป้อง

           และในจังหวัดที่ถูกทำร้ายนั้นเองเด็กชายก้องภพก็พยายามวิ่งหลบหนีจนในที่สุดก็ไปเจอกระท่อมของชาวสบ้านที่ปลูกเอาไว้ จึงได้พยายามไปซ่อนตัว โดยคนร้ายไม่ได้ตามมาและได้วิ่งหลบหนีไปซึ่งพลเมืองดีที่เป็นเจ้าของกระท่อมจะมาเจอเด็กชายก้องภพก็เป็นวันที่ 10  ช่วงประมาณ 6 โมงเช้าแล้ว

             เส้นทางด้านพลเมืองดีนั้นได้พาน้องก้องภพส่งโรงพยาบาล  จึงทำให้น้องก้องภพรอดมาได้จากเหตุการณ์โดนทำร้ายในครั้งนี้นั้นเอง

        อย่างไรก็ตามตอนนี้อาการของน้องก้องภพดีขึ้นเรื่อยๆและได้มีการไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแล้วพร้อมกับ ข้อมูลเกี่ยวกับรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายซึ่งตรงกับคนในหมู่บ้านคนหนึ่งซึ่งมีอายุ 16 ปีโดยชาวบ้านบอกว่าชายคนนี้เคยก่อเหตุมาแล้วแบบนี้ 1 ครั้งเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว

           และเป็นคนมีปัญหาด้านสุขภาพจิต การที่คนร้ายทำร้ายคนอื่นในครั้งที่แล้วนั้นไม่ได้มีคนแจ้งความดำเนินคดีเนื่องจากว่าไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ  อย่างไรก็ตามตอนนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวคนก่อเหตุแล้วกำลังตามจับกุมตัว และส่งตรวจร่างกายว่ามีอาการทางจิตหรือไม่ เพื่อจะได้ส่งเรื่องดำเนินคดีต่อไป แต่ถ้าป่วยจะได้ส่งตัวไปรักษา

 

สนับสนุนโดย.    วิธีการเล่นหวยยี่กี

หวย 12 ล้านถูกอายัด รอความชัดเจนว่าจะเป็นของใคร 

         กลายเป็นคดีความเกี่ยวกับเรื่องหวย ที่คนในสังคมไทยกำลังเฝ้าติดตามดูว่าบทสรุปของหวย 12 ล้านของป้าไพมณีนั้นสุดท้ายแล้วหมวยนี้เงินรางวัลจะตกอยู่ที่ใคร

     สำหรับเรื่องหวย 12 ล้านของป้าภัยมณีนี้เชื่อว่าหลายคนนั้นคงได้มีการติดตามข่าวคราวกันมาบ้างโดยเป็นการถูกหวยประจำงวดของวันที่ 1 เดือนมีนาคมปีพศ 2564

      ซึ่งได้มีหญิง วัยกลางคนคนหนึ่งเธอชื่อว่าป้าไพมณีได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเกี่ยวกับเรื่องของการที่เธอนั้นถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัลถึง 12 ล้านบาทแต่เธอนั้นกลับถูกแม่ค้าขายลอตเตอรี่โกงเนื่องจากว่าตอนที่เธอซื้อลอตเตอรี่นั้น ป้าไพมณีม่ได้พกเงินไปด้วย

        แต่ได้มีการสั่งซื้อลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวเอาไว้และเดินจำเลขได้อย่างแม่นยำรวมถึงจำชื่อแม่ค้าและแผงขายได้ด้วยที่สำคัญเธอได้มีการเขียนชื่อของเธอกำกับไว้ด้านหลังของลอตเตอรี่นั้นและเมื่อรางวัลออกเธอติดต่อแม่ค้าขายลอตเตอรี่ไม่ได้จนผ่านไปถึงวันที่ 4 จึงได้รู้ว่าแม่ค้าขายลอตเตอรี่ได้นำลอตเตอรี่ของเธอนั้นไปขายต่อให้กับคนอื่นแล้ว

       ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็คือปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถหาลอตเตอรี่ได้ว่าลอตเตอรี่ทั้ง 2 ใบนั้นใครเป็นคนซื้อไปโดยแม่ค้ายืนยันว่ามีการขายออกไปแล้วและไม่ได้เก็บเอาไว้เองอย่างแน่นอน

       ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้ เพราะทางด้านแม่ค้าเองก็ไม่ยอมรับผิดชอบกับลอตเตอรี่ที่ขายออกไปเนื่องจากว่ายืนยันว่าอภัยมณีนั้นไม่ได้มีการจ่ายเงินดังนั้นตนเองจะขายต่อให้ใครก็ได้

    แต่เมื่อเรื่องราวเป็นแบบนี้ทั้งด้านแม่ค้าขายลอตเตอรี่เองรวมถึง ป้าไพมณี จึงได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและตัดสินว่าสรุปแล้วเงิน 12 ล้านนั้นจะเป็นของไทย

          ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนี้กำลังเร่งทำการตรวจสอบข้อมูลอยู่เชื่อว่าไม่นานน่าจะได้ผลสรุปอย่างแท้จริงโดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการอายัดลอตเตอรี่ทั้ง 2 ใบเอาไว้แล้วด้วยมีการติดต่อที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล

     ซึ่งถ้าหากมีประชาชนคนไหนนำลอตเตอรี่ที่มีการเขียนชื่อด้านหลังกำกับชื่อ ป้าไพมณี มาทำการขึ้นเงินให้อายัดเงินรางวัลทันทีจนกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถสรุปได้ว่าใครกันแน่ที่จะเป็นเจ้าของเงินรางวัลนั้นนั่นเอง 

       สำหรับข่าวเกี่ยวกับเรื่องหวยของป้าภัยมณีนี้กำลังเป็นที่จับตามองของคนในสังคมมากเลยทีเดียวเพราะ ทุกคนในสังคมนั้นต้องการอยากรู้ว่าหากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นนั้นใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ฉบับนั้นอย่างแท้จริงเพราะในปัจจุบันนั้นไปคนก็มักจะสั่งซื้อลอตเตอรี่กับทางได้ค่ะเอาไว้โดยที่ยังไม่ได้ไปจ่ายเงินและมีการไปจ่ายเงินภายหลังซึ่ง เคสนี้สามารถเป็นเคสกรณีศึกษาให้กับใครหลายๆคนได้อย่างดีเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.      หาเงินจากหวยหุ้น

แม่เด็ก ม.3 ที่ตายในกิจกรรมเข้าลูกเสือ ยืนยันเอาผิดครูให้ถึงที่สุด 

             จากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่มีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เสียชีวิตจากการจมน้ำหลังจากที่ไปเข้าค่ายลูกเสือและได้เข้าฐานสงครามซึ่งเป็นฐานที่คุณครูนั้นจะต้องให้เด็กนักเรียนลงไปในน้ำและหลบลูกกระสุนซึ่งเป็นก้อนดินที่คุณครูจะขว้างลงไปในน้ำ

       โดยจากการเข้าฐานในครั้งนั้นมีเด็กนักเรียนชายอายุ 15 ปีต้องเสียชีวิตจากการจมน้ำ ซึ่งทางด้านผู้ปกครองของเด็กนั้นยืนยันว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นความสะเพร่าของคุณครูและผู้ปกครองของเด็กต้องการที่จะเอาเรื่องโรงเรียนแห่งนี้ให้ถึงที่สุดสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์

        โดยผู้ปกครองของเด็กชายที่เสียชีวิตนั้นให้ข้อมูลกับทางนักข่าวว่าสาเหตุที่ต้องการเอาผิดคุณครูในโรงเรียนดังกล่าวนั้นก็เพราะว่าในช่วงตอนค่ำที่ลูกของเธอนั้นหายตัวไปเธอได้มีการเดินไปสอบถามกับคุณครูในขณะนั้นคุณครูทั้งหมดในโรงเรียนกำลังนั่งวงกินเหล้ากันและหนึ่งในคนที่นั่งกินเหล้าอยู่นั้นก็มีผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่ด้วย

          เมื่อเธอได้มีการสอบถามถึงลูกชายบรรดาคุณครูทั้งหลายก็ไม่ได้สนใจว่าลูกของเธอหายไปไหนโดยบอกกับเธอว่าอาจจะไปสังสรรค์กับเพื่อนๆซึ่งเธอนั้นได้ออกไปตามหารูปเธออีกครั้งหนึ่งจนกระทั่งดึกมากแล้วแต่ก็ยังไม่พบตัวลูกจึงได้มีการออกไปที่ตรงจุดที่คุณครูพากันกินเหล้าอีกครั้งและขอร้องให้คุณครูช่วยกันออกตามหาลูกชายของเธอด้วยแต่สิ่งที่เธอได้ตอบกลับมานั้นก็คือผู้อำนวยการโรงเรียนกับบอกเธอว่าเขาจะไปหาตัวลูกชายของเธอได้ที่ไหน

            ซึ่งถ้อยคำที่พูดกับเธอนั้นเป็นถ้อยคำที่ค่อนข้างหยาบคายเลยทีเดียวทำให้เธอและบรรดาเพื่อนๆในหมู่บ้านที่พากันช่วยออกตามหาลูกชายของเธอนั้นเกิดอาการไม่พอใจถึงขนาดที่ทะเลาะกับคุณครูที่ตั้งวงกินเหล้ากลุ่มนั้นกันเลยทีเดียวจนในที่สุดเธอจึงได้ประสานงานให้นักประดาน้ำลองช่วยไปงมน้ำดูว่าลูกชายของเธอจมน้ำเสียชีวิตหรือไม่เนื่องจากว่าตรงบริเวณบ่อน้ำที่เป็นที่พบศพลูกชายของเธอนั้นมีผ้าพันคอลูกเสือวางอยู่

          ในที่สุดเธอก็พบศพของลูกชายของเธอซึ่งตลอดระยะเวลาที่เธอแตกตามหาตัวลูกชายของเธอนั้นคุณครูในโรงเรียนไม่มีใครที่จะสนใจช่วยเหลือเธอเลยและเมื่อสอบถามเด็กๆที่เป็นเพื่อนของลูกชาย  เด็กๆเหล่านั้นก็ให้ข้อมูลว่าคุณครูตั้งวงกินเหล้ากันตั้งแต่ช่วงประมาณ 14:00 น แล้วซึ่งลูกชายของเธอนั้นเสียชีวิตช่วงประมาณ 14:40 น.

           ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าคุณครูเหล่านี้ไม่ได้มีความรับผิดชอบในการดูแลเด็กและมีการปล่อยปละละเลยเด็กจนเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะถ้าหากครูมีการตรวจสอบและเช็คจำนวนเด็กก็จะทำให้รู้ว่าเด็กนั้นหายไปตั้งแต่ช่วงประมาณบ่าย 2 โมง 40 แล้วและลูกชายของเธออาจจะไม่เสียชีวิตก็ได้ 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์